Blogger Widgets
Sporty Magazine official website | Members area : Register | Sign in

ไฮไลท์แมตช์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด VS เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน - หมูรูนเบิ้ล 2-0 พาผีทวงบัลลังก์พรีเมียร์ 12bet 12/03/2555

วันจันทร์ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2555

Share this history on :


"ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลับแซงแมนฯซิตี้ ขึ้นมาเป็นจ่าฝูงจนได้ ในคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา หลังเอาชนะเวสตฺบรอมวิช อัลเบี้ยน ได้ 2-0 โดยที่ในวันนี้ซิตี้นั้นปราชัยต่อสวอนซี ซิตี้ไปแล้ว 1-0 ในเกมพรีเมียร์ชิพคู่ดึก


วันอาทิตย์ที่ 11 มีนาคม 2555 


ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2-0 เวสต์บรอมวิช 


video




แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดวันนี้จัดหนักน่าดู วางทั้งรูนี่ย์, เวลเบ็คและเอร์นานเดซอยู่ในแนวรุก คงหวังจะแก้ตัวหลังจากพ่ายคาบ้านตัวเองในศึกยูโรป้า ลีกต่อบิลเบามา 3-2

แน่นอนว่าในแผงมิดฟิลด์ก็ต้องมีสโคลส์คอยบัญชาเกม พร้อมกับปีกพี่หนุ่มอย่าง "ยัง" ที่คอยป้อนบอลจากด้านข้างให้กับสามหนุ่มสามมุมในแดนหน้า

แต่นอกเหนือจากประเด็นของนักเตะที่ลงสนาม สิ่งที่น่าสนใจมากไปกว่านั้นคือที่ม้านั่งสำรอง เมื่อมีชื่อของพ็อกบาซึ่งแว่วว่าตกลงใจที่จะย้ายไปยูเวนตุสแล้วเมื่อจบฤดูกาลนี้

เริ่มเกมมาได้แค่ 5 นาที กองหลังแมนฯยูไนเต็ดก็แผลงฤทธิ์จนทีมเกือบพัง เพราะปล่อยให้ริดจ์เวลล์ได้บอลที่ด้านข้าง แล้วมีเวลาเปิดครอสเข้าไปหน้าประตู เป็นแอนดรูวส์ที่วิ่งมาคนเดียวโล่งๆไม่มีเงาของกองหลังเจ้าบ้านอยู่ใกล้เลยสักคน ได้ชาร์จเต็มๆแล้ว แต่เจ้าตัวพลาดเองจิ้มบอลหลุดออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย

เป็นอีกครั้งที่กองหลังแมนฯยูไนเต็ดทำให้เด เกอาต้องหายใจ เอ้ย ใจหาย เพราะเฟอร์ดินานด์ที่อุตส่าห์ดักบอลซึ่งเวสต์บรอมทำทะลักออกมาได้ในกรอบเขตโทษแล้ว แต่ดันไปจ่ายให้กับสโคลส์พลาด เพราะแรงเกิน จนไปเข้าทางผู้เล่นทีมเยือนที่วิ่งมาสวนตูมเดียว ดีที่บอลเหินข้ามคาน

นาทีที 10 โอกาสลุ้นประตูครั้งแรกของ "ปีศาจแดง" เป็นของยัง หลังจากเวลเบ็คลากแบบขุนดันเข้าไปในกรอบเขตโทษแล้วตันเพราะกองหลังล้อมหน้าล้อมหลัง เลยถ่างออกข้างไปให้กับปีกพี่หนุ่มตั้งป้อมยิงเน้นๆ แต่ด้วยความที่มุมแคบ เลยไม่ยากเท่าไหร่ที่ฟอสเตอร์จะปัดป้องออกมาได้

นาทีที่ 17 หน้าเดิมเลยสำหรับแอนดรูวส์คนเดิม แต่คราวนี้เป็นจังหวะฟรีคิกเปลี่ยนจุดที่เพื่อนแตะให้เขาวิ่งเข้ากด บอลพุ่งเลียดตรงเข้าเหมือนจะเสียบเสา แต่เด เกอาที่เหยียดมือปัดทิ้งเอาไว้ได้

นาทีที่ 27 เป็นการประสานงานที่น่าดูชมเลยสำหรับเวลเบ็คกับยัง เมื่อปีกพี่หนุ่มจ่ายเข้ากลางไปให้กับเวลเบ็ค ก่อนจะพาตัวเองวิ่งสอดขึ้นทำชิ่ง  เวลเบ็คเลยจัดการตอกส้นต่อให้ทันทีจนยังหลุดเข้าไปเปิดบอลได้ แต่ก็ไปติดบล็อกของกองหลัง

นาทีที่ 33 เกมสวนกลับของแมนฯยูไนเต็ดได้โอกาสจบสกอร์ เริ่มตั้งแต่เอฟร่าลากบอลหนีผู้เล่นเวสต์บรอม ก่อนที่จะแทงต่อไปให้กับเอร์นานเดซที่ตบบอลกลับมาที่ยัง แล้วครอสบอลเข้ากลางอย่างสวย รูนี่ย์สอดไปที่เสาสองพยายามยื่นขาจะแตะบอลให้สวนกลับไปทางเดิม แต่เหมือนเบาไปนิด เลยเข้ามือฟอสเตอร์สบาย

อีก 2 นาทีต่อมา แมนฯยูไนเต็ดก็มาทำประตูขึ้นนำไปจนได้ จากจังหวะที่เอร์นานเดซได้บอลด้านข้าง ก่อนล็อกตัดเข้าวงในแล้วกึ่งยิงกึ่งผ่านด้วยซ้ายไปหน้าประตู ดูแล้วเข้ามือฟอสเตอร์แน่ๆ แต่ก็เป็นรูนี่ย์ที่สอดตัวขึ้นไปเอาเท้าสะกิดเปลี่ยนทางส่งบอลเข้าตุงตาข่าย แม้ว่ากองหลังทีมเยือนจะโวยว่าล้ำหน้า แต่ดูจากภาพช้าแล้วไม่ล้ำแต่อย่างใด "ปีศาจแดง" นำ 1-0

จังหวะนี้ต้องชมสโคลส์ด้วย เพราะเขาเป็นคนตัดบอลตอนที่เวสต์บรอมจะทำเกมรุก แล้ววางยาวไปให้กับเอร์นานเดซก่อนที่จะได้ประตูในที่สุด

นาทีที่ 43 เป็นช็อตที่ต่อบอลกันเนียนตาน่าดูเลยสำหรับแมนฯยูไนเต็ด เริ่มตั้งแต่ถ่ายบอลจากขวา มาตรงกลาง คาร์ริคแทงต่อไปให้ยังจังหวะเดียวทางซ้าย ก่อนที่จะวิ่งสอดทำทางขึ้นไปรับบอลจากยัง แล้วจ่ายทะลุช่องไปให้เอฟร่าที่วิ่งอ้อมหลังยังมาเปิดเข้ากลาง แต่จังหวะสุดท้ายนี่ขาดไปนิด เวลเบ็คเข้าไม่ถึงบอล ไม่งั้นแล้วอาจจะสมบูรณ์แบบเลยก็ได้

จบครึ่งแรก ประตูเดียวของรูนี่ย์คือความแตกต่างในช่วง 45 นาทีแรกนี้ ต้องดูว่าครึ่งหลังจะอะไรยังไงกันต่อ เพราะใช่ว่าแมนฯยูไนเต็ดจะเหนือกว่าทีมเยือนนักหนา
  
นาทีที่ 54 นานๆทีพี่แกจะส่องนอกกรอบให้ได้ลุ้น ก็ดันมีเสามาเป็นมารซะได้สำหรับเอร์นานเดซ ที่รับบอลต่อมาจากรูนี่ย์เบี่ยงตัวหลบกองหลังแล้วหวดทันที บอลพุ่งฉีกหนีมือของฟอสเตอร์ไป แต่ดันชนเสาเข้าจังเบอร์
  
จังหวะต่อเนื่องกันเลย จากลูกเตะมุมที่เล่นสั้นให้เอฟร่าวิ่งขึ้นมารับรูปแล้วเปิดระดับหน้าอกเข้าไปในกรอบเขตโทษ รูนี่ย์แม้จะหันหลังให้ประตู แต่ก็ตัดสินใจตีลังกาตวัดบอลทันที เพียงแต่ว่าตรงตัวของฟอสเตอร์

นาทีที่ 59 เฟอร์กูสันลมแทบใส่ เมื่อสโคลส์อุตส่าห์วางบอลยาวอย่างสวยให้กับเวลเบ็คได้หลุดเข้าไปดึงจังหวะหลอกฟอสเตอร์สได้แล้ว เหลือแต่ประตูโล่งๆ แต่พี่แกดันล้มตัวยิงด้วยซ้าย บอลพุ่งผ่านหน้าประตูออกหลังไปเฉยเลย ทำเอาเอร์นานเดซที่วิ่งตามหลังมาชูมือเฮเก้อเขิลปนผิดหวังกันเลยทีเดียว

นาทีที่ 65 มีใบเหลืองติดอยู่แท้ๆ ไม่น่าเข้าบอลแบบนี้เลยจริงๆสำหรับโอลส์สัน ในจังหวะที่แมนฯยูไนเต็ดกำลังจะสวนกลับ เวลเบ็คจ่ายขึ้นหน้าให้กับเอร์นานเดซวิ่งมาจะดฉบแตะบอลแล้วสปีดยาวไปทีเดียว แต่โดนโอลส์สันที่พุ่งเข้าช้าเสียบสกัดจนล้มกลิ้ง ผู้ตัดสินไม่ลังเลเดินมาควักใบเหลืองที่ 2 เป็นใบแดงทันที

นาทีที่ 71 ถึงกับทำหน้าสารภาพกันยกแผงเลยสำหรับกองหลังเวสต์บรอมวิชกับจังหวะที่แอนดรูวส์เสียเหลี่ยมโดนยังหลอกแตะเข้าใน เลยไปใช้แขนเหนี่ยวชัดเจน ผู้ตัดสินเป่าเป็นจุดโทษทันที รูนี่ย์รับหน้าที่สังหารซัดไปทางซ้ายมือของตัวเอง เสียบเสาได้ที่ แมนฯยูไนเต็ดทิ้ง 2-0

ก่อนที่จะเขี่ยเริ่มเกมกันต่อ แมนฯยูไนเต็ดก็ถอดสโคลส์ออกไปพัก แล้วส่งพ็อกบาที่เป็นข่าวไม่เว้นแต่ละวันว่าจะย้ายออกจากสโมสร เพราะยังไม่ยอมต่อสัญญาใหม่เสียทีลงไปเล่นแทน

นาทีที่ 77 แมนฯยูไนเต็ดเปลี่ยนเอาเวลเบ็คออกไปพักข้างสนาม ซึ่งถือว่าวันนี้เขาเล่นได้ดีทีเดียว ถ้าไม่นับไอ้จังหวะหมูหกยิงหลุดออกไปเอง แล้วให้เคลฟเวอร์ลี่ย์ลงไปเล่นแทน
  
นาทีที่ 81 ถึงงานจะน้อยแต่มาทีก็หนักเหมือนกันสำหรับเด เกอา ในจังหวะที่ลองกระชากบอลหนีกองหลังแมนฯยูไนเต็ด ก่อนที่จะเอี้ยวตัวยิงยัดไปที่เสาแรก แต่เด เกอาก็ล้มตัวปัดทิ้งออกหลังไปได้

จบ 90 นาทีเป็นแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่เอาชนะไปได้ 2-0 ขึ้นไปเป็นจ่าฝูงได้สำเร็จหลังพยายามมานานในฤดูกาลนี้

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม 


แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด : ดาบิด เด เกอา, จอนนี่ อีแวนส์, ริโอ เฟอร์ดินานด์, ปาทริซ เอฟร่า, ฟีล โจนส์, ไมเคิ่ล คาร์ริค, พอล สโคลส์(พ็อกบา น.73), เวย์น รูนี่ย์, แอชลี่ย์ ยัง, แดนนี่ เวลเบ็ค(เคลฟเวอร์ลี่ย์ น.77), ฮาเวียร์ เอร์นานเดซ

ตัวสำรองที่ไม่ได้ลง : ไรอัน กิ๊กส์, ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ, ปาร์ค จี ซุง, เบน เอมอส

เวสต์บรอมวิช : เบน ฟอสเตอร์, โจนาส โอลส์สัน , แกเร็ธ แม็กอูลี่ย์, เลียม ริดจ์เวลล์, กาเบรียล ทามาส, ยุสซุฟ มูลุมบู, เจมส์ มอร์ริสัน, คีธ แอนดรูวส์(ชาร์เนอร์ น.72), คริส บรันท์(ชอรี่ย์ น.72), ปีเตอร์ โอเด็มวิงกี้, มาร์ค อองตวน ฟอร์จูนเน่(ลอง น.77)

ตัวสำรองที่ไม่ได้ลง : เกรแฮม ดอร์แรนส์, ลุค ดาเนียลส์, โซเมน ชอยยี่, ไซม่อน ค็อกซ์
Thank you for visited me, Have a question ? Contact on : youremail@gmail.com.
Please leave your comment below. Thank you and hope you enjoyed...

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น