Blogger Widgets
Sporty Magazine official website | Members area : Register | Sign in

ไฮไลท์แมตช์ ลิเวอร์พูล VS อาร์เซน่อล Premier League - อาร์วีพีเบิ้ลพาปืนบุกเชือดหงส์ 2-1 12bet 04/03/2555

วันอาทิตย์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2555

Share this history on :


อาร์เซน่อล ได้โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ กองหน้ากัปตันทีม ทำคนเดียวสองประตูช่วยให้ทีมบุกเอาชนะ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ได้ถึงสนามแอนฟิลด์ 2-1 เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 3 มีนาคมที่ผ่านมา พร้อมรั้งอันดับ 4 ในตารางพรีเมียร์ชิพเวลานี้


video




ลิเวอร์พูลขาดตัวหลักพอสมควรโดยนัดนี้ไม่มีทั้งเจอร์ราร์ด, จอห์นสันและแอกเกอร์ ส่วนกองหน้าเลือกดร็อปคาร์โรลล์และให้เคาท์ลงสนามแทน ด้านฟอร์ในบ้านพวกเขาเสมอมา 2 นัดหลังสุดและการเจอกับ"ปืนใหญ่" 9 นัดหลังในลีกพวกเขาชนะเพียงแค่ครั้งเดียว นอกนั้นเสมอซะ 6 เกม

ด้านเดอะ กันเนอร์ส ยังได้ทั้งแฟร์มาเล่นกับฟาน เพอร์ซี่ ที่ตอนแรกมีข่าวออกมาว่าเจ็บจากเกมอุ่นเครื่องทีมชาติ ลงสนามเป็นตัวจริงทำให้ยังเป็นนักเตะชุดเดียวกับที่พลิกเอาชนะสเปอร์สมา 5-2 เมื่ออาทิตย์ก่อน และในลีกช่วงนี้พวกเขาก็ฟอร์มกำลังโดย 4 เกมหลังยังไม่แพ้ใครและชนะถึง 3 นัดด้วยกัน

เริ่มมาทั้งสองฝ่ายก็เดินหน้าเข้าใส่กันแต่ทาง"ปืนใหญ่"ได้ลุ้นก่อนจากจังหวะที่ซัวเรสเจอตัดบอลได้แล้วอาร์เตต้ามาตามเก็บไปก่อนออกบอลยาวไปข้างหน้าให้กับวัลคอตต์ตามเก็บได้ก่อนยิงอัดมุมแคบแต่เรน่ายังปัดแล้วลุกมารับเอาไว้ได้

นาทีที่ 9 ทาง"หงส์แดง"เองก็มีโอกาสเกือบได้ประตูเหมือนกันจากจังหวะที่บอลวางยาวมาข้างหน้าแล้วกอสเซียลนี่พลาดปล่อยให้ซัวเรสหลุดมา เซสนี่ที่อ่านเกมออกมาโหม่งทิ้งไปได้ยังเข้าทางดาวนิ่งแต่ดันวอลเล่ย์วืดทำให้เซสนี่ยังโหม่งให้พ้นอันตรายได้อีกที


นาที 18 ลิเวอร์พูลได้จุดโทษจากจังหวะที่ซัวเรซ เลี้ยงบอลเข้าไปในกรอบโทษ ก่อนจะดีดตัวล้มอย่างเนียนตาในจังหวะที่เรน่าพยายามออกมาตัดบอล แต่ว่าเดิร์ก เค้าท์ ก็ยิงจุดโทษพลาด เชสนี่ ประตูปืนโตเซพถึงสองจังหวะติดๆกัน ช่วยให้อาร์เซน่อลรอดตายในจังหวะนี้ไปได้อย่างเหลือเชื่อ


อย่างไรก็ตามนาทีที่23 ลิเวอร์พูล ก็ได้ประตูขึ้นนำอย่างโชคช่วย เมื่อ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ได้บอลหลุดไปทางริมเส้นฝั่งขวา ก่อนบรรจงเปิดเรียดมาที่หน้าประตู โลร็องต์ กอสซิแอลนี่ พยายามสกัดด้วยเท้าซ้าย แต่บอลโดนไม่ดี บอลเปลี่ยนทางเข้าประตูตัวเองไป กลายเป็นประตูให้ ลิเวอร์พูล ขึ้นนำ 1-0


นาทีต่อมา ลิเวอร์พูล ยิ่งเล่นยิ่งคึก และมีโอกาสได้ประตูที่สอง จากการยิงระยะเผาขนของ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน แต่บอลไม่แรง วอยเช็ก เชสนี่ จึงเซฟได้ในจังหวะแรก ก่อนบอลจะมาเข้าทางปืนของ หลุยส์ ซัวเรซ ยิงซ้ำ แต่บอลไปชนเสาเต็มๆ


อย่างไรก็ตามเมื่อเข้าสู่นาทีที่31 เป็นฝ่ายทีมเยือน อาร์เซน่อล ได้เฮบ้าง เมื่อ บาการี่ ซานญ่า ได้บอลทางริมเส้นฝั่งขวา ก่อนจะบรรจงเปิดไปหน้าประตู ให้กับ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ สลัดการประกบของ เจมี่ คาร์ราเกอร์ พุ่งโหม่งเต็มหัว ส่งบอลตุงตาข่าย เป็นประตูให้ อาร์เซน่อล ตามเสมอ 1-1


ครึ่งหลังเปิดฉากมาไม่นานเท่าไร อาร์เซน่อลต้องเสียมิเกล อาร์เตต้าไป จากจังหวะชนกับจอร์แดน เฮนเดอร์สัน อย่างจัง มิดฟิลด์ชาวสแปนิชนอนแน่นิ่ง ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ และหามลงเปลออกสนามไปท่ามกลางเสียงปรบมือให้กำลังใจของแฟนบอลในแอนฟิลด์


ทั้งสองทีมแทบไม่มีจังหวะทำประตูเน้นๆ กันในช่วงกลางครึ่งหลัง แต่ยังเป็นเจ้าถิ่นที่ครองเกมบุกมากกว่า และน่าจะขึ้นนำได้หลายครั้ง แต่จังหวะสุดท้ายการเปิดของตัวสนุบสนุนยังไม่แม่นยำมากพอ


เข้าช่วงทดเจ็บที่ยาวถึง 8 นาที"ปืนใหญ่"ก็ทำแสบเลยหลังมาได้ประตูพลิกขึ้นนำหน้าตาเฉยจากจังหวะที่ซงได้บอลตรงกลางก่อนจะเปิดเข้าในเขตโทษให้กับฟาน เพอร์ซี่และโดนประกบห่างได้ง้างเท้าซ้ายข้างถนัดวอลเล่ย์ตูมเดียวส่งบอลพุ่งผ่านกลางระหว่างเสาแรกกับเรน่าเข้าไปแบบสุดยอด อาร์เซน่อลพลิกนำเป็น 2-1

สุดท้ายจบเกมกลายเป็นฝ่ายอาร์เซน่อลที่ออกนำไปก่อนกลับมาพลิกเอาชนะลิเวอร์พูลไปได้ 2-1 ทำให้"ปืนใหญ่"ขยับทิ้งห่างเชลซีขึ้นมา 3 คะแนนส่วน"หงส์แดง"ยังต้องจมอยู่ที่ 7 ต่อไปโดยผ่านไป 13 เกมในบ้านชนะเพียงแค่ 4 นัดเสมอถึง 8 และพ่ายเป็นเกมแรกจากนัดนี้

รายชื่อนักเตะทั้งสองทีม 


ลิเวอร์พูล : เปเป้ เรน่า, โฆเซ่ เอนริเก้, เจมี่ คาร์ราเกอร์, มาร์ติน เคลลี่, มาร์ติน สเคอร์เทล, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, สจวร์ต ดาวนิ่ง (เบลลามี่ น.88), เจมส์ สเปียริ่ง (คาร์โรลล์ น.90), ชาร์ลี อดัม, เดิร์ก เคาท์, หลุยส์ ซัวเรส

อาร์เซน่อล : วอจเซียจ เซสนี่, บาการี่ ซานญ่า, โทมัส แฟร์มาเล่น, โรล็องต์ กอสเซียลนี่, คีแรน กิ๊บส์, โทมัส โรซิคกี้, มิเกล อาร์เตต้า (ดิยาบี้ น.53 (แชมเบอร์เลน น.80)), อเล็กซ์ ซง, ธีโอ วัลคอตต์, ยอสซี่ เบนายูน (แชร์วินโญ่ น.74), โรบิน ฟาน เพอร์ซี่
Thank you for visited me, Have a question ? Contact on : youremail@gmail.com.
Please leave your comment below. Thank you and hope you enjoyed...

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น