วันเสาร์ที่ 24 มีนาคม 2555
ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ
สโต๊ค ซิตี้ 1-1 แมนเชสเตอร์ ซิตี้
เกมนี้ถือว่าสำคัญกับแมนฯ ซิตี้ที่มีสิทธิ์แซงขึ้นไปเป็นจ่าฝูงเหนือแมนฯ ยูไนเต็ดก่อนโดยเกมนี้อเกวโร่ไม่มีชื่อทั้งตัวจริงและสำรองคาดว่าเจ็บตอนวอร์มก่อนลงสนาม จึงใช้บาโลเตลลี่กับเซโก้จับคู่กันส่วนเตเบซยังเป็นสำรองต่อไป ด้านฟอร์มพวกเขากับเกมเยือนก็ชนะ 2 แพ้ 3 มาใน 5 นัดหลัง
เริ่มเกมมาทั้งสองฝ่ายยังไม่ได้ทำอะไรใส่กันมากจนผ่าน 10 นาทีไปแล้วเป็นเจ้าบ้านที่แอบไดลุ้นเล็กๆก่อนจากลูกฟรีคิกบอมบ์เข้าไปในเขตโทษให้กับเคราช์โหม่งตั้งมาทางเสาสองแต่ย้อนหลังเจโรมไปนิดเลยตวัดยิงไม่โดน
เป็นอีกครั้งที่"ช่างปั้นหม้อ"ได้ลุ้นจากบอลออกไปทางขวาให้กับวอลเตอร์ก่อนจะตัดเข้าในแล้วจ่ายออกด้านกว้างให้วีแลนน์พาลุยเข้าเขตโทษแล้วไหลคืนกลับมาให้วอลเตอร์ยิงแบบไม่ต้องจับแต่ก็หลุดเสาไกลไม่ได้ลุ้น
"เรือใบสีฟ้า"เริ่มมาได้โอกาสจบบ้างแต่ก็ยังไม่ได้ลุ้นอะไรมากนักโดยได้โอกาสจากนาสรี่ที่จ่ายให้กับยาย่าหน้าเขตโทษก่อนจะยิงแบบชิปแต่บอลก็ยังโด่งข้ามคาน
ทีมเยือนได้ลุ้นกันอีกครั้งจากฟรีคิกเล่นสั้นให้กับนาสรี่แต่งบอลเข้าขวาแล้วเล็งในเขตโทษก่อนจะวางบอลยาวไปเสาไกลให้กับเซโก้ที่ขึ้นได้เหนือกว่าทางฮูธโขกแต่บอลก็ยังหลุดกรอบ
ผ่านครึ่งชั่วโมงมา"เรือใบ"น่าได้ประตูนำจริงๆจากนาสรี่ที่ได้ครองบอลอยู่กรอบเขตโทษทางซ้ายพยายามหาช่องเปิดไม่เจอเลยให้กับกลิชี่ที่เติมขึ้นมาได้เปิดสุดเส้นหลังไปเสาสองให้เซโก้คนเดิมคราวนี้ว่างแต่ก็ยังโหม่งข้ามคานออกไป
เข้า 5 นาทีสุดทำเอาทีมเยือนใจหายใจคว่ำเลยหลังไม้เด็ดลูกกลางอากาศของสโต๊คเกือบจะทำให้ทีมออกนำไปก่อนจากลูกเตะมุมทางขวาโดยเอเธอริงตันเปิดเข้ามาที่เสาแรก ตัวสอดมาเหมือนจะโหม่งโดนแบบบางฉิวบอลเลยโค้งผ่านมือฮาร์ทไป จะเสียบเสาไกลเข้าอยู่แล้วแต่ซาบาเลต้าวิ่งมาเตะออกไปได้แบบหวุดหวิด
ก่อนจะหมดครึ่งก็ยังเป็นแมนฯ ซิตี้ที่ได้โอกาสลองอีกซักครั้งหลังเจอชนล้มไปแต่ไม่ได้ฟาวล์เลยลุกขึ้นมารับบอล ก่อนจะพลิกแล้วโชว์พริ้วลากเข้าเขตโทษก่อนจะยิงลอดขาชอว์ครอสส์แต่เบาเกินเบโกวิชยังล้มตัวรับได้
กลับมาเริ่มครึ่งหลัง"เรือใบ"คึกคักเกือบได้ประตูออกนำไปก่อนแล้วจากแบร์รี่ที่แทงบอลทะลุให้กับเซโก้ไม่ล้ำหน้าหลุดไปล่อเป้ากับเบโกวิชพยายามแต่งหลบไปแล้วแต่พอยิงไปก็ยังเจอเบโกวิชมาตามบล็อกเอาไว้ได้
อีกแค่นาทีเดียวถัดมาแมนฯ ซิตี้ได้ลุ้นอีกแล้วจากนาสรี่ที่ได้บอลหน้าเขตโทษก่อนจะตัดสินใจสับไกยิงเลยแต่บอลพุ่งเรียดเบโกวิชล้มตัวรับเข้าซองไว้
"ช่างปั้นหมอ"ก็มีโอกาสลุ้นเหมือนกันจากลูกเปิดยาวโดยวีแลนน์ทางริมเส้นซ้าย ลึกไปที่เสาสองให้กับเจโรมโหม่งตั้งกลับมาตรงกลางเตรียมจะได้โขกจ่อๆแล้วแต่ต้องชมฮาร์ทที่ฝ่าฟันออกมาปัดออกไปทัน
แต่แล้วนาที 59 ก็ทำเอาเจ้าบ้านเฮลั่นทั้งสนามหลังได้ประตูขึ้นนำแบบสุดสวยจากจังหวะเตะเปิดเกมโดยเบโกวิชขึ้นมาข้างหน้าบอลลอยโด่งมาถึงเคราช์โหม่งกลับหลังให้เพนแนนท์โหม่งคืนกลับมา ก่อนจะเป็นเคราช์เจ้าเดิมที่จับบอลด้วยข้างเท้าด้านในทีนึงก่อนโชว์สกิลขึ้นเทพเอี้ยวตัววอลเล่ย์จากหน้าเขตโทษส่งบอลลอยโค้งผ่านมือฮาร์ทเข้าไปแบบไม่เหลือ สโต๊คออกนำแล้ว 1-0
แมนฯ ซิตี้ตอบโต้ทีเกือบจะได้ประตูตีเสมอคืนมาเช่นกันจากจังหวะที่ขึ้นเกมกันเร็วแล้วเป็นเซโก้จ่ายให้ซิลบาหลุดเข้าเขตโทษไปทางซ้ายก่อนจะได้ยิงแต่บอลก็ได้เพียงแค่ยังหลุดเสาสองออกหลัง
แล้วนาที 76 "เรือใบ"ก็ทำได้สำเร็จไล่ตีเจ๊าจนได้จากกลิชี่ที่ครองบอลอยู่ทางซ้ายก่อนจะไหลบอลเข้ากลางมาให้กับยาย่าจับบอล ข้างหน้าโล่งๆไม่มีคนขวางเลยเลือกยิงไกลระยะประมาณ 30 กว่าหลาได้ บอลพุ่งตรงดิ่งไปมีตัวพยายามโหม่งสกัดแต่กลายเป็นไม่ดีเปลี่ยนทางไปนิดหน่อยทำให้เบโกวิชพุ่งปัดแต่ไม่พ้นปลิ้นเข้าประตู แมนฯ ซิตี้ตีเสมอเป็นสำเร็จ 1-1
ช่วงท้ายเกม"เรือใบ"เกือบพังแล้วหลังเพนแนนท์หลุดมาทางขวาก่อนจะได้เปิดไปเสาสองให้กับปาลาซิออสก่โหม่งโล่งๆแต่ยังมาติดตัวของจอห์นสันก่อนจะหลุดเสาแรกนิดเดียว
ก่อนจะหมดเวลา"เรือใบ"ยังได้ลุ้นชุดใหญ่จากลูกการยิง 2-3 ทีจากนาสรี่กับเตเบซแต่ก็ยังไม่ผ่านติดบล็อกกระจายก่อนจะเข้มือเบโกวิชในท้ายที่สุด
จบเกมแมนเชสเตอร์ ซิตี้แซงกลับมาชนะไม่ได้ทำให้เสมอกับสโต๊ค ซิตี้ไป 1-1 แต้มกลับขึ้นมาเท่ากับแมนฯ ยูไนเต็ดและกลายเป็นจ่าฝูงด้วยประตูได้เสียแต่ก็ยังแข่งมากกว่านัดนึง
รายชื่อนักเตะทั้งสองทีม
สโต๊ค ซิตี้ : อัสเมียร์ เบโกวิช 6.0, โรเบิร์ต ฮูธ 6.5, ไรอัน ชอว์ครอสส์ 7.0, มาร์ก วิลสัน 6.0, แอนดี้ วิลกินสัน 6.5, เกล็นน์ วีแลน 6.5, ดีน ไวท์เฮด 6.5, แมตธิว เอเธอริงตัน 6.5 (ปาลาซิออส น.81 -), คาเมรอน เจโรม 6.0 (เพนแนนท์ น.51 6.5), ปีเตอร์ เคราช์ 8.5* (โจนส์ น.90 -), โจนาธาน วอลเตอร์ 7.0
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ : โจ ฮาร์ท 6.5, โคโล่ ตูเร่ 6.5, ไมกาห์ ริชาร์ด 6.5, กาเอล กลิชี่ 6.5, ปาโบล ซาบาเลต้า 6.5 (มิลเนอร์ น.84 -), แกเร็ธ แบร์รี่ 7.0 (เตเบซ น.74 6.0), ยาย่า ตูเร่ 8.0, ซามีร์ นาสรี่ 6.5, ดาบิด ซิลบา 7.0 (จอห์นสัน น.62 6.5), เอดิน เซโก้ 6.0, มาริโอ บาโลเตลลี่ 6.5
0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น